บิลมาวางกลางโต๊ะ แล้วทุกคนเงียบพร้อมกัน มีคนหยิบมาดูแวบนึงแล้ววางลง มีคนแกล้งเข้าห้องน้ำ สุดท้ายคนที่ใจอ่อนที่สุดก็พูดว่า “เอาเป็นหารเท่า ๆ กันแล้วกัน” ทั้งที่บนโต๊ะมีคนกินสองจาน กับคนที่สั่งน้ำเปล่าแก้วเดียว หารค่าอาหารมื้อนี้เลยจบแบบมีคนจ่ายเกินเงียบ ๆ ทุกครั้ง
เรื่องนี้ไม่ได้ยากที่เลข มันยากที่ไม่มีใครกล้าพูดว่าตัวเองจ่ายเกิน แล้วมันมีสองด่าน ด่านแรกคือเลขต้องถูก โดยเฉพาะ VAT 7% กับ Service Charge 10% ที่คนคิดผิดกันเกือบทุกโต๊ะ ด่านสองยากกว่า คือวิธีพูดกับวิธีตกลงกันที่ทำให้ไม่มีใครกลับบ้านไปแล้วยังคิดอยู่ในใจ

ก่อนหาร ต้องรู้ก่อนว่าตัวเลขบนบิลมันโตขึ้นมาได้ยังไง
คนส่วนใหญ่บวกในหัวว่า “อาหารสองพัน บวกภาษีบวกเซอร์วิสก็ประมาณสองพันสาม” แล้วก็หารจากตัวเลขที่เดาเอา พอบิลจริงมา ตัวเลขไม่ตรง ก็ต้องมานั่งเก็บเพิ่มทีละคน ซึ่งน่าอายกว่าเก็บครั้งเดียวให้พอตั้งแต่แรก
ร้านที่มีทั้งสองอย่างจะคิดตามลำดับนี้เสมอ
- ค่าอาหารรวมทุกจาน คือราคาตามหน้าเมนู ยังไม่บวกอะไรทั้งนั้น
- บวก Service Charge 10% คิดจากค่าอาหารในข้อ 1
- บวก VAT 7% คิดจากยอดในข้อ 2 คือคิดทับทั้งค่าอาหารและค่าเซอร์วิสรวมกันแล้ว
จุดที่คนพลาดคือข้อ 3 หลายคนนึกว่า VAT คิดจากค่าอาหารอย่างเดียว เลยบวกกันเป็น 17% รวดเดียว ตัวเลขที่ได้จะน้อยกว่าความจริงเสมอ
ลองไล่ทีละขั้นด้วยเลขจริง
สมมติโต๊ะนี้สั่งอาหารรวมกันได้ 2,000 บาท ร้านเก็บเซอร์วิส 10% และมี VAT 7%
| ขั้นตอน | คิดยังไง | ได้เท่าไหร่ |
|---|---|---|
| ค่าอาหาร | ราคาตามเมนูรวมกัน | 2,000.00 |
| Service Charge 10% | 2,000 × 10% | 200.00 |
| ยอดก่อน VAT | 2,000 + 200 | 2,200.00 |
| VAT 7% | 2,200 × 7% | 154.00 |
| ยอดที่ต้องจ่ายจริง | 2,200 + 154 | 2,354.00 |
สังเกตบรรทัด VAT ให้ดี มันคิดจาก 2,200 ไม่ใช่จาก 2,000 ตรงนี้คือ 14 บาทที่หายไปจากการคำนวณในหัวของคนส่วนใหญ่
ทำไม “บวก 17% รวด” ถึงเก็บเงินขาดทุกที
17% ที่บวกรวดเดียวหมายถึงคิดทั้งเซอร์วิสและ VAT จากค่าอาหารเปล่า ๆ แต่ของจริง VAT มันเกาะอยู่บนหลังเซอร์วิสอีกที ส่วนต่างเลยเท่ากับ 0.7% ของค่าอาหาร ฟังดูน้อย แต่พอบิลใหญ่ขึ้นก็เริ่มเห็น
| ค่าอาหาร | คิดแบบบวก 17% รวด | ยอดจริง | เก็บขาดไป |
|---|---|---|---|
| 1,000 | 1,170 | 1,177 | 7 |
| 2,000 | 2,340 | 2,354 | 14 |
| 3,000 | 3,510 | 3,531 | 21 |
| 5,000 | 5,850 | 5,885 | 35 |
เก็บขาด 35 บาทอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่คนที่ต้องควักเพิ่มคือคนที่รูดบัตรไปก่อน และมันเกิดซ้ำทุกครั้งที่เจอกัน
ตัวคูณลัด จำอันเดียวจบ
ไม่ต้องบวกทีละขั้นก็ได้ ใช้ตัวคูณเอา ดูก่อนว่าร้านเก็บอะไรบ้าง แล้วคูณตามตารางนี้
| ร้านเก็บอะไรบ้าง | คูณด้วย | ค่าอาหาร 1,000 กลายเป็น |
|---|---|---|
| ไม่มีทั้งคู่ (ร้านตามสั่ง ร้านเล็ก แผงริมทาง) | × 1 | 1,000 |
| VAT 7% อย่างเดียว | × 1.07 | 1,070 |
| Service Charge 10% อย่างเดียว | × 1.10 | 1,100 |
| Service 10% + VAT 7% | × 1.177 | 1,177 |
จำเลข 1.177 ไว้ตัวเดียว ใช้ได้กับร้านนั่งกินส่วนใหญ่ในห้างหรือร้านที่มีพนักงานเสิร์ฟ ส่วนร้านเล็กที่ไม่ได้จด VAT จะไม่มีสองบรรทัดนี้ในบิลเลย ให้หารจากยอดตรง ๆ ได้เลย
ถ้าตอนนั้นขี้เกียจคูณเองในหัวจริง ๆ เปิด เครื่องคำนวณหารบิล จากมือถือ ใส่ยอดกับจำนวนคนแล้วมันคูณให้เสร็จ ไม่ต้องกดเครื่องคิดเลขทีละขั้นให้คนทั้งโต๊ะรอ
คิดย้อนกลับ จากยอดสุทธิหาค่าอาหารจริง
บางทีเราเห็นแต่ยอดสุทธิ เช่นสลิปบัตรขึ้น 3,531 บาท แล้วอยากรู้ว่าค่าอาหารจริงเท่าไหร่ ก็แค่หารกลับ
3,531 ÷ 1.177 = 3,000 บาท
ประโยชน์ของการคิดย้อนคือเวลามีคนต้องแยกจ่ายเฉพาะจานตัวเอง เราจะรู้ว่าราคาหน้าเมนูของทั้งโต๊ะรวมกันได้เท่าไหร่ แล้วค่อยคิดสัดส่วนจากตรงนั้น ไม่ต้องไปงมกับยอดที่บวกภาษีแล้ว
หารเท่ากันทุกคน กับ หารตามที่กินจริง แบบไหนเหมาะกับวงไหน
สองวิธีนี้ไม่มีอันไหนถูกกว่ากัน มันเหมาะกับวงคนละแบบ เลือกผิดคือที่มาของความอึดอัดเกือบทั้งหมด
| หารเท่ากันทุกคน | หารตามที่กินจริง | |
|---|---|---|
| ดีตรงไหน | เร็ว จบใน 30 วินาที ไม่มีใครต้องมานั่งชี้ว่าจานไหนของใคร บรรยากาศดี | ยุติธรรมตรงไปตรงมา คนกินน้อยจ่ายน้อย คนสั่งเยอะรับผิดชอบเอง |
| เสียตรงไหน | คนกินน้อยจ่ายเกิน และมักเป็นคนเดิมทุกครั้ง สุดท้ายเขาจะเริ่มปฏิเสธคำชวน | ช้า ต้องไล่บิลทีละบรรทัด ของกลางอย่างข้าวสวยกับน้ำแข็งก็ยังต้องหารอยู่ดี |
| เหมาะกับ | เพื่อนสนิทที่เจอกันบ่อย ทุกคนสั่งพอ ๆ กัน หรือมื้อที่สั่งมาแชร์กันหมดโต๊ะ | วงที่มีคนเพิ่งรู้จัก มีคนไม่ดื่ม มีคนแพ้อาหาร หรือมีจานราคาแรงโดดออกมา |
| กติกาที่ต้องมี | บอกตั้งแต่ก่อนสั่งว่าหารเท่า คนจะได้สั่งในระดับใกล้กัน | เก็บบิลไว้ ไม่ให้พนักงานเก็บไป และจำว่าใครสั่งอะไรตั้งแต่ตอนสั่ง |
ประโยคเดียวที่แก้ปัญหานี้ได้เกือบหมดคือ “เดี๋ยวเราหารเท่ากันนะ” พูดตอนเปิดเมนู ไม่ใช่ตอนบิลมา คนที่ตั้งใจสั่งจานเล็กจะได้ตัดสินใจใหม่ทัน และคนที่อยากสั่งจานแพงจะได้รู้ตัวว่าต้องชวนคนอื่นกินด้วย
เอาบิลใบเดียวกันมาหาร 3 วิธี ดูว่าใครได้ใครเสีย
ใช้บิลเดิม ค่าอาหาร 2,000 บาท ยอดจ่ายจริง 2,354 บาท มีกัน 5 คน สั่งไปคนละเท่านี้
| คน | ราคาตามเมนูที่สั่งไป |
|---|---|
| เอ๋ | 250 |
| บอย | 480 |
| ซัน | 320 |
| ดิว | 610 |
| อิ๊ก | 340 |
| รวม | 2,000 |
วิธีที่ 1 หารเท่ากันหมด
2,354 ÷ 5 = 470.80 ปัดขึ้นเป็น คนละ 471 บาท เก็บได้ 2,355 เหลือ 1 บาททิ้งไว้บนถาด จบ
ใช้เวลาคิด 5 วินาที แต่ลองดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับสองคนหัวท้าย เอ๋ที่สั่งไป 250 ควรจ่ายจริงแค่ 295 กลายเป็นจ่าย 471 คือควักเกินไป 176 บาท ส่วนดิวที่สั่งไป 610 ควรจ่าย 718 แต่จ่ายแค่ 471 คือประหยัดไป 247 บาท
ถ้าเจอกันเดือนละครั้งก็พอรับได้ แต่ถ้าเจอกันทุกสัปดาห์แล้วเอ๋เป็นคนสั่งน้อยทุกครั้ง ปีนึงเขาเสียไปหลายพันโดยไม่เคยบ่นสักคำ
วิธีที่ 2 หารตามที่กินจริง
เอาราคาตามเมนูของแต่ละคนคูณ 1.177 ตรง ๆ เลย ไม่ต้องคิดเซอร์วิสกับ VAT แยก
| คน | ราคาตามเมนู | × 1.177 | ปัดขึ้นเป็นบาท |
|---|---|---|---|
| เอ๋ | 250 | 294.25 | 295 |
| บอย | 480 | 564.96 | 565 |
| ซัน | 320 | 376.64 | 377 |
| ดิว | 610 | 717.97 | 718 |
| อิ๊ก | 340 | 400.18 | 401 |
| รวม | 2,000 | 2,354.00 | 2,356 |
ตรงเป๊ะ ยอดคูณแล้วรวมกันได้ 2,354 พอดี ส่วนที่ปัดขึ้นเป็นบาทเต็มจะเกินมา 2 บาท ปล่อยไว้เป็นเศษให้คนที่ออกไปก่อน ไม่ต้องทอนกันให้เสียเวลา
วิธีที่ 3 หารแบบผสม ของกลางหารเท่า ของใครของมัน
วิธีนี้ใช้ได้จริงที่สุดกับโต๊ะไทย เพราะเรากินแบบวางกลางโต๊ะเป็นหลัก แต่ก็มีของที่ชัดเจนว่าเป็นของใครอยู่ด้วย เช่นเครื่องดื่มส่วนตัว ของหวานที่สั่งคนเดียว หรือข้าวเพิ่ม
ข้อสำคัญก่อนดูตาราง วิธีนี้ไม่ได้ดูว่าใครเป็นคนสั่ง แต่ดูว่าจานไหนลงกลางโต๊ะให้ทุกคนตัก ยอดรายคนข้างล่างเลยไม่ตรงกับตารางแรก เพราะจานที่คนเดียวสั่งแต่ทั้งโต๊ะกินถูกโยนไปเป็นของกลางหมดแล้ว ให้ดูที่หลักการเป็นหลัก อย่าเอาไปเทียบตัวต่อตัวกับวิธีที่ 2
แยกบิลเป็นสองกอง จากค่าอาหาร 2,000 บาท สมมติเป็นของกลางที่ทุกคนกิน 1,400 และของส่วนตัวรวมกัน 600
ของกลาง 1,400 ÷ 5 = 280 บาทต่อคน แล้วบวกของส่วนตัวใครของมัน จากนั้นค่อยคูณ 1.177 ทีเดียวตอนท้าย
| คน | ของกลาง | ของส่วนตัว | รวมก่อนภาษี | จ่ายจริง |
|---|---|---|---|---|
| เอ๋ | 280 | 100 | 380 | 448 |
| บอย | 280 | 300 | 580 | 683 |
| ซัน | 280 | 0 | 280 | 330 |
| ดิว | 280 | 200 | 480 | 565 |
| อิ๊ก | 280 | 0 | 280 | 330 |
ซันกับอิ๊กที่ไม่ได้สั่งอะไรเพิ่มจ่าย 330 แทนที่จะเป็น 471 แบบหารเท่า ส่วนบอยที่สั่งของตัวเองไป 300 ก็รับไป 683 ตามตรง ใช้เวลาคิดเพิ่มไม่ถึงนาที แต่ความรู้สึกของคนบนโต๊ะต่างกันมาก

7 เคสยาก ๆ ที่เจอจริง กับวิธีเคลียร์แบบไม่ต้องเถียง
1. มีคนไม่ดื่มนั่งอยู่ด้วย
เคสคลาสสิกที่ทำให้คนเลิกมาวง ค่าเครื่องดื่มมักเป็นก้อนใหญ่ที่สุดของบิล การหารเท่าเลยแปลว่าคนที่สั่งน้ำเปล่าออกค่าเครื่องดื่มให้คนอื่นเต็ม ๆ
วิธีที่ตรงที่สุดคือแยกออกมาเป็นสองก้อน จากบิลเดิม ค่าอาหารตามเมนูรวม 2,000 แยกเป็นค่าอาหาร 1,300 กับค่าเครื่องดื่มทุกชนิด 700 มีกัน 5 คน โดยมีคนไม่ดื่ม 2 คน แล้วค่อยคูณ 1.177 ตอนท้ายเหมือนเดิม
- ค่าอาหาร 1,300 ÷ 5 = 260 ทุกคนออกเท่ากัน
- ค่าเครื่องดื่ม 700 ÷ 3 = 233.33 เฉพาะคนที่ดื่ม
- คนไม่ดื่ม 260 × 1.177 = 306.02 ปัดขึ้นเป็น จ่าย 307 บาท
- คนที่ดื่ม (260 + 233.33) × 1.177 = 580.65 ปัดขึ้นเป็น จ่าย 581 บาท
ต่างกันเกือบสองเท่า และนั่นคือความจริงของบิลใบนั้น การขอแยกจ่ายแบบนี้ไม่ใช่เรื่องขี้เหนียว มันคือเหตุผลที่ทำให้เขามาอีกครั้งหน้า วงที่ดีคือวงที่คนไม่ดื่มก็นั่งจนดึกได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าที่ตัวเองไม่ได้แตะ
2. เพื่อนมาสายตอนสี่ทุ่ม แต่บิลเริ่มตั้งแต่หกโมง
อย่าเดาเป็นเปอร์เซ็นต์ ให้ถ่ายรูปบิล ณ นาทีที่เขาเดินเข้ามา แล้วแบ่งเป็นสองช่วง วิธีนี้ใช้เวลาสองวินาทีและจบทุกข้อโต้แย้ง
สมมติตอนเขามาถึง บิลอยู่ที่ 1,200 (มีกัน 4 คน) หลังจากนั้นสั่งเพิ่มอีก 800 (มีกัน 5 คน)
- ช่วงแรก 1,200 ÷ 4 = 300 ต่อคน
- ช่วงหลัง 800 ÷ 5 = 160 ต่อคน
- คนที่มาตั้งแต่แรก (300 + 160) × 1.177 = 541.42 ปัดขึ้นเป็น 542 บาท
- คนที่มาสาย 160 × 1.177 = 188.32 ปัดขึ้นเป็น 189 บาท
ถ้าขี้เกียจถ่ายบิล ใช้กติกาหยาบ ๆ ก็ได้ว่ามาช้ากว่าครึ่งทางจ่ายครึ่งเดียว ตกลงกันไว้ล่วงหน้าครั้งเดียว ใช้ได้ตลอดชีพ
3. มีคนสั่งจานแพงมาคนเดียว
ปลาทั้งตัว 890 บาท หรือจานที่ราคาเท่ากับสามจานรวมกัน ถ้าโยนเข้ากองหารเท่า คนอื่นจะออกให้คนละ 178 ทั้งที่ตักไปคนละคำ
วิธีคือดึงจานนั้นออกมาก่อน แล้วค่อยหารที่เหลือ จากค่าอาหาร 2,000 ดึง 890 ออก เหลือ 1,110 หาร 5 ได้คนละ 222
- คนที่สั่ง (222 + 890) × 1.177 = 1,308.82 ปัดขึ้นเป็น 1,309 บาท
- คนอื่นอีก 4 คน 222 × 1.177 = 261.29 ปัดขึ้นเป็น คนละ 262 บาท
ถ้าเขาตั้งใจสั่งมาเลี้ยงทั้งโต๊ะจริง ๆ เขาจะบอกเองตั้งแต่ตอนสั่ง ถ้าไม่บอก แปลว่าเขาสั่งให้ตัวเอง อย่าเดาใจแทนกัน
4. คนที่กินน้อยทุกครั้ง แต่ไม่เคยพูดสักคำ
คนแบบนี้มีอยู่ในเกือบทุกวง เขาไม่พูดเพราะกลัวโดนมองว่าคิดเล็กคิดน้อย ทางแก้ไม่ได้อยู่ที่เขา แต่อยู่ที่คนตั้งวง
ถามให้ชัดก่อนคิดเงินทุกครั้งว่า “เมื่อกี้ใครกินไม่เยอะบ้าง บอกได้นะ” ประโยคนี้เปิดประตูให้เขาโดยไม่ต้องเป็นคนเริ่ม ถ้าไม่มีใครตอบก็หารเท่าไปตามเดิม แต่อย่างน้อยเขาได้โอกาสแล้ว
5. มีคนลืมเอาเงินมา หรือเงินไม่พอ
เรื่องนี้ไม่ควรกลายเป็นดราม่าเลย ให้มีคนกลางออกให้ก่อนคนเดียว จดลงโน้ตในมือถือตรงนั้น แล้วส่งข้อความในกลุ่มทันที ไม่ใช่รอวันหลัง เพราะพรุ่งนี้ทุกคนจะจำตัวเลขไม่ตรงกัน
ถ้าเกี่ยงกันว่าใครจะเป็นคนออกให้ก่อน อย่าปล่อยให้ตกที่คนที่ใจอ่อนที่สุดเหมือนทุกที เปิด จับฉลากออนไลน์ ใส่ชื่อคนที่พอออกไหวแล้วให้มันสุ่มมาหนึ่งคน ใครโดนก็โดน จบใน 10 วินาที ไม่มีใครต้องนั่งจ้องหน้ากันรอให้อีกฝ่ายอาสา
ตั้งกติกากลุ่มไว้ว่าโอนคืนภายใน 24 ชั่วโมง ไม่ใช่เพราะกลัวเบี้ยว แต่เพราะยิ่งนานยิ่งอึดอัดทั้งสองฝ่าย คนที่ออกไปก่อนจะไม่กล้าทวง ส่วนคนที่ติดก็จะเริ่มเลี่ยงหน้า
6. คนชวนต้องเป็นคนเลี้ยงไหม
ไม่ ยกเว้นเขาบอกเองว่าเลี้ยง กติกาที่ใช้ได้กับทุกวงคือ ใครพูดคำว่าเลี้ยง คนนั้นจ่าย ใครไม่พูด แปลว่าหาร ชวนเฉย ๆ ไม่ได้แปลว่ารับผิดชอบบิลทั้งใบ
ถ้าเป็นวันเกิดหรือมื้อฉลอง ให้บอกกันในแชทตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านว่าใครออกส่วนไหน ทุกคนจะได้เตรียมเงินมาถูก และไม่มีใครต้องเดาระหว่างมื้อ
7. คนที่รูดบัตรไปก่อน แล้วตามเก็บไม่ครบ
คนรูดบัตรคือคนที่เสี่ยงที่สุดบนโต๊ะ วิธีป้องกันคือส่งยอดเข้ากลุ่มพร้อมรูปบิลก่อนจะเดินออกจากร้าน ตอนที่ทุกคนยังนั่งอยู่ครบ ไม่ใช่ตอนถึงบ้านแล้ว
อีกวิธีคือให้คนรูดบัตรไม่ต้องเป็นคนตามเก็บ ให้อีกคนรับหน้าที่ทวง สลับกันไปแต่ละครั้ง คนที่ออกเงินจะได้ไม่ต้องมาเป็นคนขอเงินเองด้วย
ส่วนครั้งหน้าใครจะรูด ถ้าไม่มีใครยกมือ ก็ให้คนที่พกบัตรมาสองสามคน เป่ายิ้งฉุบ กันตรงนั้นแล้วจบ ดีกว่าปล่อยให้ตกที่คนเดิมทุกครั้งจนเขาเริ่มไม่อยากมา
สูตร Excel กับ Google Sheet สำหรับหารค่าอาหาร ก๊อปไปวางได้เลย
ถ้าเจอกันประจำ ทำตารางหารค่าอาหารไว้ครั้งเดียวใช้ได้ตลอด เปิดจากมือถือก็ได้ ตั้งคอลัมน์แบบนี้
- คอลัมน์ A = ชื่อคนที่สั่ง
- คอลัมน์ B = ชื่อรายการ
- คอลัมน์ C = ราคาตามเมนู (ยังไม่บวกอะไร) เริ่มกรอกจากแถวที่ 2
- ช่อง F1 = อัตราเซอร์วิส พิมพ์ 10% (ร้านที่ไม่เก็บ ใส่ 0)
- ช่อง F2 = อัตรา VAT พิมพ์ 7%
- ช่อง F3 = จำนวนคน
- ช่อง F4 = ยอดสุทธิบนสลิป (กรอกเฉพาะตอนอยากคิดย้อนกลับ ปกติเว้นว่างไว้)
- คอลัมน์ H = ชื่อคนแบบไม่ซ้ำ เอาไว้สรุปยอดรายคน เริ่มที่ H2 คนละแถว
- คอลัมน์ I = ยอดจ่ายจริงรายคน เอาสูตรยอดจ่ายจริงมาวางไว้ตรงนี้ ให้ตรงแถวกับชื่อในคอลัมน์ H
| อยากได้อะไร | สูตร |
|---|---|
| ค่าอาหารรวมทั้งโต๊ะ | =SUM(C2:C50) |
| ตัวคูณของร้านนี้ | =(1+F1)*(1+F2) |
| ยอดที่ต้องจ่ายจริงทั้งบิล | =SUM(C2:C50)*(1+F1)*(1+F2) |
| หารเท่ากันทุกคน ปัดขึ้นเป็นบาท | =ROUNDUP(SUM($C$2:$C$50)*(1+$F$1)*(1+$F$2)/$F$3,0) |
| รวมยอดตามเมนูของคนในช่อง H2 | =SUMIF($A$2:$A$50,H2,$C$2:$C$50) |
| ยอดจ่ายจริงของคนในช่อง H2 | =ROUNDUP(SUMIF($A$2:$A$50,H2,$C$2:$C$50)*(1+$F$1)*(1+$F$2),0) |
| ปัดขึ้นเป็นหลัก 5 บาท (เก็บเงินง่ายกว่า) | =CEILING(SUMIF($A$2:$A$50,H2,$C$2:$C$50)*(1+$F$1)*(1+$F$2),5) |
| เช็คว่าเก็บครบไหม (ควรได้ 0 หรือบวกนิดหน่อย) | =SUM(I2:I6)-SUM(C2:C50)*(1+F1)*(1+F2) |
| คิดย้อนจากยอดสุทธิที่กรอกในช่อง F4 | =F4/((1+F1)*(1+F2)) |
สูตรบรรทัดเช็คยอดใช้ช่วง I2:I6 เพราะสมมติว่าวงนี้มี 5 คน ถ้าวงใหญ่กว่านั้นให้ลากช่วงลงมาให้ครบทุกแถวที่มีชื่อในคอลัมน์ H ไม่งั้นมันจะเช็คไม่ครบคน
บรรทัด “เช็คว่าเก็บครบไหม” สำคัญกว่าที่คิด มันคือช่องที่บอกว่าเก็บครบหรือยัง ถ้าขึ้นติดลบแปลว่าเก็บขาด ต้องเดินไปเก็บเพิ่มก่อนใครลุกกลับ
ใครขี้เกียจตั้งช่องอัตราภาษี ใช้เวอร์ชันฝังเลข 1.177 ไปเลยก็ได้ สี่สูตรนี้ครอบคลุมเกือบทุกสถานการณ์ กดคัดลอกแล้ววางในช่องได้เลย
- =ROUNDUP(SUMIF($A$2:$A$50,H2,$C$2:$C$50)*1.177,0)
- =ROUNDUP(SUM($C$2:$C$50)*1.177/5,0)
- =CEILING(SUM($C$2:$C$50)*1.177/5,5)
- =F4/1.177
สูตรที่สองกับสามให้แก้เฉพาะเลขที่อยู่หลังเครื่องหมาย / จาก 5 เป็นจำนวนคนจริงของวงนั้น วงหกคนก็เป็น /6 ส่วนเลข 5 ตัวสุดท้ายในสูตรที่สาม ตัวที่อยู่หลังคอมมา คืออัตราปัดขึ้นหลัก 5 บาท อันนั้นห้ามไปแก้ ปล่อยไว้ 5 เหมือนเดิม มันคือตัวที่ทำให้เก็บเงินสดง่ายขึ้นมาก ไม่ต้องหาเหรียญทอน
สูตรสุดท้ายเป็นตัวคิดย้อน ให้พิมพ์ยอดสุทธิบนสลิปลงช่อง F4 ก่อน แล้วมันจะบอกว่าค่าอาหารตามหน้าเมนูจริง ๆ เท่าไหร่ อย่าเอาไปใส่ในคอลัมน์ B เพราะแถวบนสุดของตารางเป็นหัวคอลัมน์อยู่แล้ว ใส่ผิดช่องเดียวตารางพังทั้งใบ
ถ้าไม่อยากยุ่งกับสเปรดชีตเลย หน้าเครื่องคำนวณหารบิล ของเราคิดให้ทันทีจากมือถือ ใส่ยอดกับจำนวนคนแล้วกดครั้งเดียวจบ ไม่ต้องโหลดอะไรทั้งนั้น
มารยาทการหารบิลที่ทำให้ไม่มีใครงอน
เลขถูกอย่างเดียวไม่พอ วิธีพูดสำคัญพอ ๆ กัน คนส่วนใหญ่ไม่ได้โกรธเรื่องเงิน แต่โกรธเรื่องรู้สึกว่าถูกมองข้าม
ตกลงตั้งแต่ก่อนสั่ง ไม่ใช่ตอนบิลมา
นาทีที่แย่ที่สุดในการพูดเรื่องเงินคือนาทีที่บิลวางบนโต๊ะ ทุกคนอิ่ม ทุกคนอยากกลับ ไม่มีใครอยากคิดเลข ตอนนั้นใครพูดอะไรก็ฟังดูงก แต่ถ้าพูดตอนเปิดเมนู มันเป็นแค่การวางแผนธรรมดา
อย่าไล่บิลทีละบรรทัดต่อหน้าทุกคน
การชี้ว่า “อันนี้ของใคร” ทีละบรรทัดสิบห้านาที ทำให้บรรยากาศทั้งมื้อพัง ให้คนเดียวเป็นคนคิดเงียบ ๆ แล้วประกาศยอดทีเดียว ใครไม่เห็นด้วยค่อยคุยกันสองคน ไม่ต้องประชุมทั้งโต๊ะ
ปัดขึ้นเสมอ อย่าปัดลง
ปัดขึ้นทีละคนไม่กี่บาท รวมแล้วเกินมานิดหน่อย เก็บไว้เป็นทิปหรือคืนคนที่ออกก่อนก็ได้ ถ้าปัดลง คนที่รูดบัตรจะต้องควักส่วนต่างเองทุกครั้ง แล้วเขาจะไม่ยอมรูดอีกเลย
อย่าทวงในกลุ่มด้วยการแท็กชื่อคนเดียว
ส่งยอดรวมทุกคนลงกลุ่มทีเดียว ใครโอนแล้วก็ตอบในนั้น คนที่ยังไม่โอนจะรู้ตัวเองโดยไม่ต้องมีใครชี้หน้า ต่างกับการแท็กชื่อคนเดียวที่เหมือนประจานกลางวง
ประโยคที่ใช้ได้จริง ก๊อปไปวางในแชทได้เลย
ปัญหาของเรื่องนี้คือหลายคนคิดออกแต่พูดไม่ถูก ประโยคพวกนี้พูดแล้วไม่มีใครหน้าเสีย ลองก๊อปไปใช้ได้เลย
- วันนี้หารเท่ากันนะ จะได้ไม่ต้องมานั่งคิดตอนท้าย
- ใครไม่ดื่มบอกได้เลยนะ เดี๋ยวแยกค่าเครื่องดื่มออกให้
- จานนี้ใครอยากสั่งแยกส่วนตัวก็ได้ ไม่ต้องเกรงใจ
- เมื่อกี้ใครกินไม่เยอะบ้าง บอกได้นะ เดี๋ยวคิดให้ใหม่
- บิลรวม _____ บาท หารกัน _____ คน คนละ _____ นะครับ
- ใครสะดวกโอนตอนนี้เลยจะดีมาก จะได้ไม่ลืมกันทั้งสองฝ่าย
- เดี๋ยวเราออกก่อนได้ ไม่ต้องรีบ โอนคืนตอนไหนก็ได้ในสัปดาห์นี้
- ครั้งหน้าสลับให้คนอื่นรูดบ้างนะ จะได้ไม่ตกที่คนเดิมทุกที
เก็บเงินให้เสร็จก่อนคนแรกลุกออกจากโต๊ะ
กฎข้อเดียวที่ช่วยได้มากที่สุด พอมีคนลุกไปแล้วหนึ่งคน วงจะแตกทันที ที่เหลือจะเริ่มทยอยหาย แล้วคนสุดท้ายจะกลายเป็นคนรับผิดชอบส่วนที่ขาดโดยปริยาย

เศษสตางค์ ทิป และหน้าที่เดินไปจ่าย จัดการยังไงไม่ให้เสียเวลา
หลังหารเสร็จมักเหลือปัญหาจุกจิกอีกสามอย่าง จัดการด้วยกติกาตายตัวไปเลย จะได้ไม่ต้องคิดใหม่ทุกครั้ง
เศษสตางค์ ปัดขึ้นให้หมด ไม่มีการทอนสตางค์ ใครจะบ่นว่าจ่ายเกินสองบาทก็ปล่อยเขาบ่น
ทิป ร้านที่เก็บเซอร์วิสชาร์จ 10% ถือว่ามีทิปอยู่ในบิลแล้ว จะให้เพิ่มหรือไม่ให้ก็ได้ ส่วนร้านที่ไม่มีเซอร์วิสชาร์จ ถ้าอยากให้ ให้ตกลงกันเป็นก้อนเดียวก่อนหาร ไม่ใช่ให้คนใดคนหนึ่งควักเอง
ใครเดินไปจ่ายที่แคชเชียร์ เรื่องเล็กแต่เกี่ยงกันทุกครั้ง วิธีที่เร็วที่สุดคือสุ่มเอา เปิด หน้าสุ่มชื่อ ใส่ชื่อทุกคนแล้วกดครั้งเดียว หรือถ้าเหลือสองคนที่เกี่ยงกันอยู่ โยนเหรียญ ทีเดียวก็จบ ไม่ต้องหาแอปเพิ่ม เปิดจากมือถือเครื่องเดียวทั้งโต๊ะ แล้วคนที่แพ้ก็เดินไปแบบไม่มีใครต้องรู้สึกผิด เพราะไม่ได้มีใครเลือกเขา
ถ้ามีหลายหน้าที่ต้องแบ่ง เช่นคนจ่าย คนขับ คนเก็บของ ใช้ หน้าสุ่มจับคู่ แบ่งงานให้ทีเดียวจบ ไม่มีใครต้องอาสาแล้วรู้สึกว่าตัวเองทำเยอะกว่าคนอื่น
ตั้งกติกาหารค่าอาหารกับเพื่อนไว้ครั้งเดียว ใช้ได้ตลอด
กลุ่มที่ไม่เคยทะเลาะเรื่องเงินไม่ได้เก่งเลขกว่าใคร เขาแค่ตกลงกันไว้แล้วครั้งเดียวแล้วไม่ต้องคุยกันใหม่ทุกมื้อ ลองปักไว้ในกลุ่มแชทเป็นข้อความปักหมุดสัก 5 ข้อ
- หารเท่าเป็นค่าเริ่มต้น ใครอยากแยกจ่ายให้บอกก่อนสั่ง ไม่ใช่หลังบิลมา
- เครื่องดื่มแยกออกจากอาหารเสมอ คนไม่ดื่มไม่ต้องออกส่วนนี้ ไม่ต้องรอให้ใครขอ
- จานที่แพงกว่า 500 ถือเป็นของส่วนตัว เว้นแต่คนสั่งบอกว่าสั่งมาแชร์
- โอนคืนภายในวันรุ่งขึ้น ยอดส่งในกลุ่มพร้อมรูปบิลทุกครั้ง
- สลับกันเป็นคนรูดบัตร ไม่ให้ตกที่คนเดิมทุกครั้ง
ตั้งเสร็จแล้วก็ไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีกเลย เวลาที่เหลือเอาไปคุยเรื่องสนุกกว่านี้ดีกว่า อย่างเช่นเปิด 100 คำถามในวงเหล้า ขึ้นมายิงกันต่อ หรือถ้าวงเริ่มเงียบเพราะทุกคนอิ่มจนขี้เกียจขยับ ลองเลือกสักเกมจาก เกมเล่นกับเพื่อนหลายคน ที่เล่นได้จากมือถือเครื่องเดียว
คำถามที่คนถามบ่อยเรื่องหารบิล
เซอร์วิสชาร์จ 10% ไม่จ่ายได้ไหม ในเมื่อไม่ได้ตกลงกันไว้
ร้านส่วนใหญ่จะแจ้งเซอร์วิสชาร์จไว้ท้ายเมนูหรือป้ายหน้าร้าน ถ้าเห็นตั้งแต่ตอนสั่งก็ถือว่ารู้เงื่อนไขไปแล้ว พอบิลมาก็ไม่มีอะไรให้เถียง แต่ถ้าหาไม่เจอตรงไหนเลยแล้วมันมาโผล่ในบิล เรียกพนักงานมาถามได้ตรง ๆ ไม่ใช่เรื่องเสียมารยาท ถามดี ๆ ส่วนใหญ่ก็คุยกันจบ นิสัยที่ควรติดคือกวาดตาดูท้ายเมนูหรือป้ายหน้าร้านก่อนสั่ง จะได้ประเมินยอดถูกตั้งแต่แรก ไม่ใช่มาตกใจตอนจ่าย
ร้านไม่มี VAT ในบิล แปลว่าโกงเราไหม
ไม่ใช่ ร้านที่รายได้ไม่ถึงเกณฑ์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก็ไม่ต้องเก็บ VAT ร้านตามสั่ง ร้านรถเข็น ร้านเล็ก ๆ ส่วนใหญ่อยู่กลุ่มนี้ ถ้าบิลไม่มีบรรทัด VAT กับเซอร์วิส ก็หารจากยอดตรง ๆ ได้เลย ไม่ต้องคูณอะไรเพิ่ม
หารแล้วยอดไม่ลงตัว ควรปัดขึ้นหรือปัดลง
ปัดขึ้นเสมอ และปัดเป็นหลัก 5 บาทได้ยิ่งดีถ้าจ่ายเงินสด เพราะไม่ต้องหาเหรียญทอน เศษที่เกินมาไม่กี่บาทให้คนที่ออกเงินไปก่อนเก็บไว้ ถือว่าเป็นค่าเหนื่อยที่ต้องมานั่งคิดเลขให้ทั้งโต๊ะ
มีคนเถียงว่าตัวเองกินน้อยกว่า ควรทำยังไง
อย่าเถียงกลับ ให้ยื่นบิลให้เขาดูแล้วบอกว่า “งั้นบอกมาเลยว่าอันไหนของเรา เดี๋ยวคิดใหม่ให้” ส่วนใหญ่พอเห็นตัวเลขจริงก็จบเอง เพราะที่เขาเถียงมักไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องรู้สึกว่าไม่มีใครถามเขาก่อน
ร้านหมูกระทะ ชาบู หรือข้าวกล่องออฟฟิศ ใช้วิธีนี้ได้ไหม
ได้ทั้งหมด วิธีหารในหน้านี้ใช้ได้กับทุกมื้อ ตั้งแต่ร้านหมูกระทะ ร้านชาบู ร้านกาแฟ ไปจนถึงข้าวกล่องสั่งเข้าออฟฟิศ ตัวคูณ 1.177 ก็ใช้ตัวเดียวกัน ขอแค่บิลมีบรรทัดเซอร์วิสกับ VAT ครบ และถ้าโต๊ะนั้นไม่มีใครดื่มอะไรเลยก็ยิ่งง่าย เพราะไม่มีขั้นตอนไหนในหน้านี้ที่ต้องมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวเลยสักขั้น ตัดหัวข้อแยกค่าเครื่องดื่มออกไปก็เหลือแค่หารอาหารกับของกลางตามปกติ
อยากได้แบบไม่ต้องคิดเองเลย มีไหม
มี ใส่ยอดบิลกับจำนวนคนใน หน้าเครื่องคำนวณหารบิล แล้วมันคิดให้ทันที รวมทั้งกรณีที่ต้องแยกเฉพาะบางคนด้วย ใช้ฟรีจากเบราว์เซอร์ ไม่ต้องติดตั้งอะไร ไม่ต้องสมัครสมาชิก
สรุปสั้นที่สุดคือ จำเลข 1.177 ไว้ตัวเดียว ตกลงกันก่อนสั่งไม่ใช่หลังบิลมา และเก็บให้จบก่อนคนแรกลุกจากโต๊ะ แค่สามข้อนี้ก็แทบไม่มีอะไรให้ทะเลาะแล้ว เวลาจ่ายจริงเปิด เครื่องคำนวณหารบิล กดทีเดียวจบ ส่วนใครจะเดินไปจ่ายหรือใครขับกลับ ให้ สุ่มจับคู่ ตัดสินไป จะได้ไม่มีใครต้องอาสาแล้วมานั่งน้อยใจทีหลัง
ดื่มอย่างรับผิดชอบ เมาไม่ขับ · เนื้อหาสำหรับผู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไป