คนแรกออกไปยืนหน้าวง เปิดกระดาษดู แล้วก็ยืนนิ่งอยู่สามวินาที มือขยับเหมือนจะเริ่ม แล้วก็เอามือลง คนดูเริ่มหัวเราะ คนใบ้เริ่มร้อน สุดท้ายได้แค่กางแขนโบกไปมา ไม่มีใครทายถูกสักคน เวลาหมด แล้วทั้งวงก็เงียบพร้อมกัน นี่คือฉากที่เกิดเกือบทุกครั้งเวลาเริ่มเกมใบ้คำท่าทางแบบไม่ได้เตรียมอะไรมาก่อน
ที่ตันเพราะยังไม่มีใครตกลงกันว่าอะไรทำได้บ้าง แล้วก็ไม่มีคำอยู่ในมือสักคำ พอต้องคิดคำสด ๆ ทุกรอบ คำก็วนอยู่แค่หมา แมว ลิง สามคำนี้ เล่นไปห้านาทีก็หมดมุก
ถ้าอยากได้คำแบบกดสุ่มบนจอ ไม่ต้องเตรียมกระดาษ หน้า ใบ้คำ กดเล่นได้เลย แต่ถ้าจะเล่นในค่าย บนรถตู้ หรือในวงที่สัญญาณไม่ดี คลังคำที่จดไว้ล่วงหน้าใช้ง่ายกว่าเยอะ ก็เลยต้องเริ่มจากกติกาก่อน เพราะการเถียงกันกลางเกมว่าท่าเมื่อกี้โกงหรือเปล่า ทำให้วงจืดเร็วกว่าคำยาก ๆ เสียอีก

กติกาเกมใบ้คำท่าทาง ตกลงห้าข้อนี้ก่อนเริ่ม
ห้าข้อนี้อ่านออกเสียงให้ทุกคนฟังรอบเดียวก็พอ ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที แต่ตัดปัญหาไปได้ทั้งคืน จุดที่คนสับสนบ่อยสุดคือโหมดนี้ห้ามออกเสียงทั้งหมด คนละเรื่องกับ คำต้องห้าม ที่พูดได้เต็มที่แต่ห้ามหลุดคำที่ตั้งไว้ ใครเพิ่งเล่นโหมดนั้นมาจะติดพูดอยู่สองสามรอบแรก บอกกันไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องหักคะแนนกันตั้งแต่คำแรก
- ห้ามออกเสียงทุกชนิด ห้ามหมดตั้งแต่พูดคำตอบ ผิวปาก เคาะโต๊ะเป็นจังหวะ กระแอม ทำเสียงสัตว์ ไปจนถึงการขยับปากเป็นคำแบบไม่มีเสียง ข้อสุดท้ายนี่แหละที่คนเถียงกันบ่อยที่สุด ตกลงกันไปเลยว่าถ้าปากขยับเป็นคำเมื่อไหร่ คำนั้นเป็นโมฆะทันที
- ห้ามชี้ของจริงในห้อง ได้คำว่าพัดลมแล้วชี้พัดลมที่หมุนอยู่บนเพดาน แบบนี้ไม่นับ ต้องทำท่าเอา เพราะถ้าอนุญาตเมื่อไหร่ ของใช้ที่วางอยู่ตรงหน้าจะจบภายในสามวินาที
- ห้ามสะกดตัวอักษร ห้ามเขียนในอากาศ ห้ามเขียนบนพื้น ห้ามเขียนบนฝ่ามือตัวเอง และห้ามใช้นิ้ววาดรูปคำตอบทั้งชิ้นในอากาศ ให้ร่างกายทำท่าเลียนแบบเอา ห้ามให้มือทำหน้าที่แทนปากกา ข้อยกเว้นมีอย่างเดียวคือการกางแขนหรือกางมือบอกขนาดกับทรงคร่าว ๆ ว่าของชิ้นนั้นสูงแค่ไหนกว้างแค่ไหน อันนั้นยังทำได้
- คนละ 60 วินาที ข้ามได้ 2 ครั้ง ใบ้ได้เรื่อย ๆ จนกว่าเวลาหมด ทายถูกกี่คำนับกี่แต้ม คำที่ข้ามให้พับกลับเข้ากองไว้ให้คนอื่นเจอ ห้ามฉีกทิ้ง ถ้าเล่นหมวดสุภาษิตหรือหมวดคนดังล้วน ๆ ให้ขยับเป็น 90 วินาที เพราะสองหมวดนั้นต้องใบ้ทีละท่อน
- คนทายต้องพูดคำให้ตรง คนใบ้พยักหน้ารับได้ ส่ายหน้าปฏิเสธได้ ใช้ท่าใกล้แล้วกับทั้งวงพร้อมกันได้ แต่ห้ามชี้หน้าคนที่ทายใกล้เคียงเป็นรายคนแล้วเร่งให้เขาพูดต่อ เพราะพอเจาะจงตัวคนเดียว มันเท่ากับไล่บอกคำทีละพยางค์ แล้วคนที่เหลือในวงจะหยุดคิดตามทันที
เรื่องแต้มให้ง่ายที่สุดคือคำละ 1 แต้ม แต่หมวดสุภาษิตไทยกับหมวดคนดังให้ 2 แต้ม เพราะสองหมวดนี้ต้องใบ้ทีละท่อนกว่าจะครบ กินเวลามากกว่าหมวดอื่นชัดเจน เล่นกัน 3 รอบแล้วรวมแต้ม จบพอดีก่อนที่ใครจะเริ่มเบื่อ
บทลงโทษของทีมแพ้ให้ตกลงกันตั้งแต่ก่อนเริ่ม อย่าไปคิดตอนแพ้แล้ว เพราะตอนนั้นจะมีคนต่อรองทุกที เลือกโทษที่ทุกคนบนโต๊ะทำได้จริง เช่น ใบ้เพิ่มอีกหนึ่งคำ ร้องเพลงหนึ่งท่อน หรือรับหน้าที่จับเวลารอบถัดไป ใครขี้เกียจคิดเอง หมุน วงล้อบทลงโทษ ให้มันเลือกให้ก็จบ
วงสี่ถึงหกคนไม่ต้องแบ่งทีม ผลัดกันออกไปใบ้ทีละคน ใครทายถูกก่อนได้แต้มไปเลย ส่วนวงที่เกินสิบคนควรแบ่งสองทีมแล้วให้อีกทีมเป็นคนจับเวลา ถ้าเลือกทีมกันเองแล้วมีคนโดนเลือกท้ายสุดทุกครั้ง ใช้ สุ่มจับคู่ จัดให้แทน จะได้ไม่มีใครต้องยืนรอโดนหยิบ
ท่าใบ้พื้นฐานที่ทุกคนควรรู้ก่อนออกไปยืน
ท่าพวกนี้คือภาษากลางของวง ถ้าทุกคนรู้เหมือนกันหมด คนทายจะไม่ต้องเดาจากศูนย์ วงที่รู้ท่าตรงกันทั้งวงจะทายออกก่อนวงที่ต้องมานั่งแปลท่ากันเองสด ๆ
เริ่มจากท่าบอกหมวด ท่านี้ต้องทำเป็นอย่างแรกทุกครั้งก่อนใบ้เนื้อคำ เพราะพอรู้หมวดปุ๊บ คนทายจะเลิกเดาทั้งจักรวาล แล้วเดาอยู่แค่ในหมวดเดียว
| หมวด | ท่าที่ใช้บอกหมวด |
|---|---|
| สัตว์ | เอามือสองข้างทาบข้างศีรษะทำเป็นหู |
| อาชีพ | ใช้นิ้วลากตามปกเสื้อสองข้างจากคอลงมาหน้าอก |
| หนัง ซีรีส์ การ์ตูน | มือซ้ายกางเป็นกรอบสี่เหลี่ยม มือขวาหมุนเหมือนหมุนฟิล์ม |
| สุภาษิตไทย | ประกบฝ่ามือสองข้างแล้วเปิดออกเหมือนเปิดหนังสือ |
| ของใช้ในบ้าน | ใช้สองมือลากเป็นหลังคาสามเหลี่ยมเหนือหัว |
| คนดัง | ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ทำเป็นแว่นกันแดดครอบตาสองข้าง |
พอบอกหมวดเสร็จ ที่เหลือคือท่าบอกโครงของคำกับท่าตอบรับ ชุดนี้ใช้ได้กับทุกหมวด และทั้งชุดคือท่าที่กติกาอนุญาต ใช้ได้เต็มที่ ไม่นับว่าโกง
| สิ่งที่อยากบอก | ท่า |
|---|---|
| คำนี้มีกี่คำ | ชูนิ้วขึ้นเท่าจำนวนคำที่เว้นวรรค เช่น สโนว์ ไวท์ ชูสองนิ้ว |
| กำลังจะใบ้คำที่เท่าไหร่ | ชูนิ้วบอกลำดับก่อน แล้วค่อยเริ่มทำท่าคำนั้น |
| คำนี้มีกี่พยางค์ | แตะนิ้วลงบนท่อนแขนตัวเองเท่าจำนวนพยางค์ เช่น ต้มยำกุ้ง แตะสามครั้ง |
| เป็นคำสั้นหรือคำเชื่อม | เอานิ้วโป้งกับนิ้วชี้มาหนีบใกล้ ๆ กันแล้วยกให้เห็น |
| จะใบ้ทั้งคำรวดเดียว | กางแขนวาดวงกลมใหญ่รอบตัว |
| ใกล้แล้ว | หมุนมือสองข้างเข้าหากันเร็ว ๆ ระดับหน้าอก |
| ผิดทางแล้ว เลิกเดินทางนี้ | ไขว้แขนเป็นกากบาทหน้าอกหนึ่งครั้ง |
| เสียงคล้ายคำที่พูดไป | ดึงติ่งหูตัวเองสองสามครั้ง |
| ความหมายตรงข้ามกับที่ทายมา | ชี้นิ้วโป้งลงพื้น แล้วสลับมือกลับไปกลับมา |
สามท่าล่างสุดของตารางคือช่องทางเดียวที่คนใบ้จะบอกได้ว่าคำที่ทายมาใกล้แล้ว นอกจากสามท่านี้ห้ามส่งสัญญาณอย่างอื่น และต้องทำให้ทั้งวงเห็นพร้อมกัน ห้ามหันไปทำใส่คนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ ก่อนเริ่มจริงให้ทุกคนซ้อมท่าทั้งสองตารางพร้อมกันหนึ่งรอบ ใช้เวลาสามสิบวินาที คนที่มาสายหรือเพิ่งเข้าวงจะได้ไม่งงกลางเกม แล้วรอบแรกก็จะไม่เสียไปกับการอธิบายกันไปมา

พิมพ์คลังคำใส่กระดาษ แล้วสุ่มด้วยเลข
ในแต่ละหมวดเรียงคำจากง่ายไปยาก คำต้น ๆ คือคำที่ทำท่าปุ๊บทายถูกปั๊บ ส่วนคำท้าย ๆ คือของยากที่คนใบ้ต้องคิดสักหน่อย ถ้าเป็นรอบอุ่นเครื่องหรือมีคนเพิ่งเข้าวง หยิบครึ่งบนของหมวดพอ ส่วนสองหมวดที่ยากที่สุดคือสุภาษิตไทยกับคนดัง เก็บไว้เล่นทีหลังตอนวงเริ่มคล่องแล้ว
ทุกรายการกดปุ่มคัดลอกได้ทีละคำ ถ้าจะพิมพ์ใส่กระดาษแล้วตัดเป็นชิ้น ให้ไล่เลข 1 ถึง 200 ต่อกันรวดเดียวทั้งหกหมวดตามช่วงนี้ สัตว์ 1-35 · อาชีพ 36-70 · หนัง ซีรีส์ การ์ตูน 71-100 · สุภาษิตไทย 101-135 · ของใช้ในบ้าน 136-170 · คนดัง 171-200 พอมีเลขครบแล้ว เปิด สุ่มเลข ตั้งช่วง 1 ถึง 200 ให้คนคุมเกมกดสุ่ม แล้วกระซิบเลขให้คนใบ้ไปเปิดคำเอง วิธีนี้เร็วกว่าเดินถือกล่องไปให้จับทีละคน และไม่มีใครแอบเลือกคำง่าย ๆ ให้ตัวเองได้ ถ้าอยากล็อกหมวด ก็ตั้งช่วงเลขแค่หมวดนั้นหมวดเดียว
หมวดสัตว์ 35 คำ (เลข 1-35)
คนที่ไม่เคยเล่นมักเลือกหมาเป็นคำแรก แล้วก็ทำท่าเดินสี่ขาเหมือนกันหมดทั้งวง ทั้งที่ท่าที่ชี้ตัวได้ไวกว่ามักเป็นท่าเฉพาะของสัตว์ตัวนั้น มันกินของแบบไหน คอยาวแค่ไหน เคลื่อนที่ด้วยอะไร หมวดนี้เหมาะกับการเปิดวงที่สุด เพราะคนที่ยังไม่กล้าจะกล้าออกไปยืนหน้าวงง่ายกว่าหมวดอื่น ใครออกก่อนก็ไม่ต้องเถียงกัน เปิด สุ่มชื่อ ใส่ชื่อทุกคนแล้วกดทีเดียวจบ
- หมา
- แมว
- กระต่าย
- ลิง
- ไก่
- เป็ด
- งู
- กบ
- ปู
- ผีเสื้อ
- นกฮูก
- เต่า
- หมู
- วัว
- ควาย
- แพะ
- ยีราฟ
- จิงโจ้
- เพนกวิน
- ฮิปโป
- แรด
- อูฐ
- ม้าลาย
- หมีขั้วโลก
- โคอาลา
- กอริลลา
- จระเข้
- ฉลาม
- ปลาโลมา
- ปลาหมึก
- แมงมุม
- แมลงสาบ
- หอยทาก
- ตุ๊กแก
- ตัวนิ่ม
หมวดอาชีพ 35 คำ (เลข 36-70)
ดูที่มือ อย่าดูที่เครื่องแบบ เพราะเครื่องแบบหลายอาชีพเหมือนกันหมดเวลาทำเป็นท่า หมอกับพยาบาลแยกกันตรงท่าฟังเสียงหัวใจกับท่าฉีดยา ช่างไม้กับช่างประปาแยกกันตรงท่าเลื่อยกับท่าขันประแจใต้อ่างล้างจาน ใครจับหลักนี้ได้ หมวดนี้จะเป็นหมวดที่ทำแต้มเร็วที่สุดของคืนนั้น
- หมอ
- พยาบาล
- ครู
- ตำรวจ
- พ่อครัว
- นักดับเพลิง
- ช่างตัดผม
- ทันตแพทย์
- นักบิน
- แอร์โฮสเตส
- ชาวนา
- ชาวประมง
- ไรเดอร์ส่งอาหาร
- บุรุษไปรษณีย์
- พนักงานเสิร์ฟ
- ช่างภาพ
- นักร้อง
- นักดนตรี
- นักมายากล
- นักมวย
- ผู้ตัดสินฟุตบอล
- ช่างไม้
- ช่างประปา
- ช่างไฟฟ้า
- ช่างซ่อมรถ
- สัตวแพทย์
- คนสวน
- ภารโรง
- นักบินอวกาศ
- นักดำน้ำ
- ผู้ประกาศข่าว
- ทนายความ
- นักบัญชี
- สถาปนิก
- โปรแกรมเมอร์
หมวดหนัง ซีรีส์ และการ์ตูน 30 เรื่อง (เลข 71-100)
เรื่องที่คนใบ้ชอบลืมคือคนทายต้องเคยดูเรื่องนั้นถึงจะทายถูก เลือกเรื่องที่ดังพอจนคนอายุห่างกันสิบปียังรู้จักเหมือนกัน แล้วใบ้ที่ฉากจำได้ ไม่ใช่ใบ้ที่ชื่อเรื่อง เช่นไททานิคใบ้ด้วยท่ายืนกางแขนหัวเรือ เร็วกว่าพยายามใบ้คำว่าเรือกับคำว่าจม ถ้าวงมีทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องจนหาเรื่องที่รู้จักตรงกันไม่เจอสักเรื่อง เพลงเป็นของที่คนต่างวัยแชร์กันได้มากกว่าหนัง หน้า ทายเพลง ใช้แทนหมวดนี้ได้ทั้งรอบ
- ไททานิค
- สไปเดอร์แมน
- ซูเปอร์แมน
- แบทแมน
- ไอรอนแมน
- คิงคอง
- ก็อดซิลลา
- จูราสสิค พาร์ค
- โดราเอมอน
- อุลตร้าแมน
- ดราก้อนบอล
- วันพีซ
- เซเลอร์มูน
- ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน
- มินเนี่ยน
- ทอย สตอรี่
- ฟรอเซ่น
- อะลาดิน
- เงือกน้อยผจญภัย
- มู่หลาน
- แฮร์รี่ พอตเตอร์
- สตาร์ วอร์ส
- โจรสลัดแห่งแคริบเบียน
- โฮมอโลน
- อวตาร
- องค์บาก
- ต้มยำกุ้ง
- แฟนฉัน
- รถไฟฟ้า มาหานะเธอ
- บุพเพสันนิวาส
การ์ตูนกับอนิเมะในลิสต์นี้ใบ้ง่ายกว่าหนังคนแสดงเยอะ เพราะตัวละครมีของประจำตัวชัดเจน หนวดแมวกับกระเป๋าหน้าท้องมาก่อนชื่อเรื่องเสมอ ส่วนหนังไทยให้เล็งไปที่ฉากที่คนพูดถึงกันเยอะที่สุดของเรื่อง อย่าไปไล่ใบ้ชื่อเรื่องทีละพยางค์ เพราะกว่าจะครบชื่อ เวลาก็หมดไปก่อนแล้ว
หมวดสุภาษิตไทย 35 สำนวน (เลข 101-135)
ตรงนี้แหละที่คนดูจะหัวเราะจนต้องขอพัก เพราะสำนวนบังคับให้คนใบ้แตกออกเป็นท่อน ๆ แล้วใบ้ทีละท่อน กว่าจะครบวรรคก็กลายเป็นละครใบ้ไปแล้ว วิธีที่ได้ผลคือชูนิ้วบอกจำนวนคำก่อน แล้วเริ่มจากคำที่ทำท่าได้ชัดที่สุดในวรรค ไม่จำเป็นต้องใบ้เรียงจากคำแรก วงที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกอาจยังไม่พร้อมกับหมวดนี้ ลองอุ่นเครื่องด้วยเกมสั้น ๆ ที่รวมไว้ในบทความ เกมเล่นกับเพื่อน ให้วงคุ้นกันก่อนสักพัก
- หมาหวงก้าง
- วัวหายล้อมคอก
- กบในกะลาครอบ
- ปลาใหญ่กินปลาเล็ก
- น้ำขึ้นให้รีบตัก
- เข็นครกขึ้นภูเขา
- สีซอให้ควายฟัง
- ปิดทองหลังพระ
- จับปลาสองมือ
- ชี้โพรงให้กระรอก
- ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
- เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน
- งมเข็มในมหาสมุทร
- ขว้างงูไม่พ้นคอ
- หัวล้านได้หวี
- ดินพอกหางหมู
- ตกกระไดพลอยโจน
- ชักใบให้เรือเสีย
- หมาเห่าใบตองแห้ง
- ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
- รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี
- ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง
- น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย
- เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม
- ตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงา
- มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ
- ตีวัวกระทบคราด
- สาวไส้ให้กากิน
- คางคกขึ้นวอ
- กิ้งก่าได้ทอง
- หนามยอกเอาหนามบ่ง
- เกลือจิ้มเกลือ
- น้ำนิ่งไหลลึก
- ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน
- ไม้ใกล้ฝั่ง
สามสำนวนท้ายสุดของหมวดนี้ คือ น้ำนิ่งไหลลึก ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน และ ไม้ใกล้ฝั่ง แทบไม่มีท่าให้จับเลย ต้องอาศัยการใบ้ทีละพยางค์กับการเดาของคนดูล้วน ๆ ถ้าวงยังไม่คุ้นกัน เก็บสามอันนี้ไว้เล่นทีหลังดีกว่า ส่วนหนามยอกเอาหนามบ่งกับเกลือจิ้มเกลืออยู่คนละขั้ว ทำท่าตรงตัวได้เลยทั้งคู่ ใครจับได้สองคำนี้ถือว่าโชคดีไป
หมวดของใช้ในบ้าน 35 อย่าง (เลข 136-170)
ของหลายอย่างในลิสต์นี้วางอยู่ตรงหน้าอยู่แล้ว พัดลม รีโมททีวี หลอดไฟ ชี้ปุ๊บก็จบเกม กติกาข้อห้ามชี้ของจริงเลยสำคัญที่สุดในหมวดนี้ ส่วนที่เหลือคือของที่ท่าใช้งานคล้ายกันจนแยกยาก ไม้กวาดกับไม้ถูพื้นต่างกันแค่จังหวะมือ กรรไกรกับที่ตัดเล็บต่างกันแค่ขนาดนิ้วที่หนีบ คนใบ้เก่ง ๆ จะเริ่มจากการบอกว่าของชิ้นนี้อยู่ห้องไหนก่อน แล้วค่อยทำท่าใช้งาน
- ไม้กวาด
- ร่ม
- แปรงสีฟัน
- หวี
- กรรไกร
- ค้อน
- ไขควง
- ช้อน
- ตะเกียบ
- แก้วน้ำ
- กระทะ
- ตะหลิว
- หม้อหุงข้าว
- เตารีด
- พัดลม
- ตู้เย็น
- ไมโครเวฟ
- เครื่องซักผ้า
- เครื่องดูดฝุ่น
- ไดร์เป่าผม
- ไฟฉาย
- หลอดไฟ
- รีโมททีวี
- นาฬิกาปลุก
- ไม้แขวนเสื้อ
- ที่หนีบผ้า
- ถังขยะ
- ไม้ถูพื้น
- ฝักบัว
- กระจกเงา
- บันไดพับ
- สายยางรดน้ำ
- ปลั๊กพ่วง
- ที่ตัดเล็บ
- ไม้จิ้มฟัน
ถ้าจับได้ของที่ท่าซ้ำกับคำเมื่อกี้สองรอบติด อย่าฝืนใบ้ต่อ ให้คนคุมเกมเปลี่ยนคำให้เลย จะจับกระดาษใหม่หรือหมุน วงล้อสุ่ม ที่ใส่ชื่อของไว้ล่วงหน้าก็ได้ เสียเวลาสิบวินาทีดีกว่าปล่อยให้ทั้งวงนั่งดูท่าเดิมซ้ำสองรอบ เพราะพอคนดูรู้สึกว่าเคยเห็นแล้ว เสียงเชียร์จะหายไปเองทันที
หมวดคนดัง 30 ชื่อ (เลข 171-200)
ยืนชี้หัวตัวเองแล้วรอให้คนอื่นเดา คือท่าที่ไม่เคยได้ผลสักครั้ง หมวดนี้เลยมีกติกาเพิ่มมาหนึ่งข้อ ห้ามใบ้ด้วยหน้าตาหรือทรงผมอย่างเดียว ต้องใบ้ด้วยสิ่งที่คนนั้นทำจนคนจำได้ ไมเคิล แจ็กสัน ใบ้ด้วยท่าเต้น ไอน์สไตน์ ใบ้ด้วยท่าเขียนสมการแล้วทำผมฟู เมสซี ใบ้ด้วยท่าเลี้ยงบอลหลบ พอตั้งกติกาแบบนี้ ท่าที่ออกมาจะชัดตั้งแต่วินาทีแรก และคนไทยในลิสต์นี้ส่วนใหญ่มีท่าประจำที่ทั้งวงนึกออกพร้อมกันอยู่แล้ว
- ไมเคิล แจ็กสัน
- บรูซ ลี
- แจ็กกี้ ชาน
- ชาร์ลี แชปลิน
- เอลวิส เพรสลีย์
- เมสซี
- โรนัลโด
- เดวิด เบคแฮม
- ไมเคิล จอร์แดน
- อูเซน โบลต์
- มูฮัมหมัด อาลี
- ไมเคิล เฟลป์ส
- เซเรนา วิลเลียมส์
- เทย์เลอร์ สวิฟต์
- ลิซ่า
- ตูน บอดี้สแลม
- โน้ส อุดม
- จา พนม
- บัวขาว บัญชาเมฆ
- เขาทราย แกแล็คซี่
- เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
- ชนาธิป สรงกระสินธ์
- ธีรศิลป์ แดงดา
- รัชนก อินทนนท์
- พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ
- อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
- ไอแซก นิวตัน
- โทมัส เอดิสัน
- นีล อาร์มสตรอง
- เบโธเฟน
รอบที่ตันเกิดจากอะไร แล้วแก้ตรงไหน
รอบที่เงียบทั้งนาทีมักมาจากสาเหตุเดิม ๆ ไม่กี่อย่าง รู้แล้วแก้ได้ตั้งแต่ยังไม่ทันเสียเวลา
คนใบ้เริ่มจากรายละเอียดเล็กเกินไป ได้คำว่าเครื่องซักผ้าแล้วรีบทำท่าหมุนนิ้วเล็ก ๆ ตรงหน้าท้อง คนดูมองไม่ออกว่าหมุนอะไร วิธีแก้คือเริ่มจากของที่ใหญ่ที่สุดก่อนเสมอ ยืนกางแขนบอกขนาดตู้ให้เห็นว่ามันสูงแค่ไหนกว้างแค่ไหน แล้วค่อยเติมรายละเอียดว่าเอาผ้ายัดเข้าไปแล้วมันหมุน
คนทายคิดในใจ อันนี้เกิดบ่อยกับคนที่กลัวเดาผิดแล้วโดนล้อ พอไม่มีใครพูด คนใบ้ก็ไม่รู้ว่าตัวเองมาถูกทางหรือเปล่า ตกลงกันตั้งแต่ต้นว่าให้พูดออกมาทุกคำที่คิดออก ผิดไม่หัก ยิ่งพูดเยอะยิ่งชนะเร็ว
คนใบ้ยอมแพ้ที่วินาทีที่สิบ เจอคำยากปุ๊บก็โบกมือขอข้าม ทั้งที่ยังไม่ได้ลองอะไรเลย ทางแก้ที่ใช้ได้จริงคือบังคับว่าต้องใบ้อย่างน้อยสองท่าก่อนถึงจะขอข้ามได้ คำที่เกือบโดนข้ามหลายคำ พอคนใบ้ยอมเปลี่ยนมุมสักครั้ง คนทายก็ออกทันทีในท่าที่สอง
คนทายล็อกอยู่กับคำเดียว ตะโกนคำว่าตู้เย็นซ้ำสิบรอบเพราะมั่นใจ ตรงนี้คนใบ้ต้องกล้าไขว้แขนเป็นกากบาทแรง ๆ หนึ่งครั้งเพื่อล้างกระดานในหัวคนทาย แล้วเริ่มใบ้ใหม่จากมุมอื่น
ถ้าวงเริ่มหมดแรงจริง ๆ ให้พักด้วยเกมที่ใช้ปากอย่างเดียวสักรอบ อย่าง 5-4-3-2-1 ที่ให้พูดชื่อของในหมวดให้ครบตามจำนวน แล้วค่อยกลับมาใบ้ท่าทางต่อ มือกับสมองได้สลับกันทำงาน คนจะไม่ล้าเร็ว
เล่นในวงเล็ก กับเล่นในค่ายสามสิบคน ปรับคนละแบบ
สามถึงสี่คนเล่นได้ แต่ต้องเปลี่ยนวิธีนับ ให้ทุกคนผลัดกันเป็นคนใบ้คนละหนึ่งนาที แล้วนับว่าใครใบ้ให้คนอื่นทายถูกได้เยอะที่สุด แต้มตกเป็นของคนใบ้ ส่วนคนทายไม่ต้องนับ วิธีนี้ทำให้คนขี้อายกล้าออกไปยืน เพราะไม่มีทีมให้ทำให้ผิดหวัง วงเล็กแบบนี้พอเล่นไปสักพักมักอยากคุยมากกว่าอยากแข่ง ถ้าถึงจังหวะนั้น จริงหรือกล้าเล่นยังไง มีวิธีเปลี่ยนแนวรออยู่แล้ว
สิบถึงยี่สิบคนคือจำนวนที่สนุกที่สุด แบ่งสองทีมนั่งคนละฝั่ง คนใบ้ยืนตรงกลางแต่หันหน้าเข้าทีมตัวเอง อีกทีมจะเห็นหลังคนใบ้กับเห็นหน้าคนทาย ซึ่งตลกไม่แพ้กัน

ห้องเรียนหรือค่ายสามสิบถึงสี่สิบคน ตัวคำไม่ค่อยมีปัญหา ที่ยากคือการเลือกคนออกมาหน้าห้องโดยไม่มีใครหาว่าเลือกคนโปรด ครูหลายคนใช้วิธีสุ่มเลขที่แทนการเรียกชื่อ เปิด เป็ดสุ่มเลขที่ ขึ้นจอแล้วให้เป็ดวิ่งแข่งกัน หน้านั้นเป็นเครื่องมือสุ่มสำหรับห้องเรียนล้วน ๆ ไม่มีบทลงโทษอะไรพ่วงมาด้วย
อีกเรื่องที่คนคุมงานใหญ่มักลืมคือคิวรอ ถ้าปล่อยให้สามสิบคนผลัดกันออกมาทีละคน คนคิวท้ายจะนั่งรอเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงตา วิธีที่ลื่นกว่าคือซอยเป็นวงย่อยวงละหกถึงแปดคนให้เล่นพร้อมกันคนละมุมห้อง แล้วค่อยเอาแต้มมารวมกันตอนท้าย ใช้เวลาเท่าเดิม แต่ทุกคนได้ออกไปยืนหน้าวงจริง ๆ ทั้งชั่วโมงไม่มีใครต้องนั่งดูเฉย ๆ
เล่นคลังเดิมจนคุ้นแล้ว เปลี่ยนกติกาแทนการหาคำใหม่
สัญญาณว่าถึงเวลาแล้วคือคนทายเริ่มตะโกนคำตอบตั้งแต่ท่าแรก ยังไม่ทันทำอะไรก็ถูกแล้ว ตรงนั้นไม่ต้องไปนั่งหาคำใหม่ให้เหนื่อย เอากติกามาบิดห้าแบบนี้พอ ใช้คลังเดิมทั้งหมดนั่นแหละ
- จับสองคำมาต่อกัน สุ่มคำจากหมวดอาชีพหนึ่งคำ หมวดสัตว์อีกหนึ่งคำ แล้วให้ใบ้รวมกันเป็นภาพเดียว เช่น ทันตแพทย์กับจระเข้ ท่าที่ออกมาจะเป็นของใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำ
- ห้ามใช้มือทั้งรอบ ใบ้ด้วยสีหน้า ลำตัว กับเท้าเท่านั้น หมวดสัตว์กับหมวดอาชีพยังพอไปได้ ส่วนหมวดของใช้ในบ้านจะยากขึ้นทันที รอบนี้ท่าพื้นฐานทั้งสองตารางใช้ไม่ได้ด้วย เพราะเป็นท่ามือหมด ให้บอกจำนวนคำด้วยการก้าวเท้าแทน ก้าวหนึ่งครั้งเท่ากับหนึ่งคำ
- ใบ้ทั้งวรรครวดเดียว ห้ามแยกคำ ใช้กับหมวดสุภาษิตไทย ห้ามชูนิ้วบอกจำนวนคำ ห้ามใบ้ทีละท่อน ต้องเล่าทั้งสำนวนเป็นฉากเดียวจบ
- ใบ้พร้อมกันสองคน ห้ามคุยกันก่อน สองคนเปิดกระดาษพร้อมกันแล้วออกไปยืนเลย ความมั่วช่วงสามวินาทีแรกคือส่วนที่คนดูรอ
- ตัดเวลาเหลือ 30 วินาที แต่ให้ข้ามได้ไม่จำกัด ความกดดันจะเปลี่ยนจากเรื่องคิดท่า มาเป็นเรื่องตัดสินใจเร็ว
สี่ข้อแรกเพิ่มความยากที่ตัวคน ข้อสุดท้ายเพิ่มที่นาฬิกา ลองสลับกันไปเรื่อย ๆ วงเดิมกับคลังคำเดิมจะเล่นได้อีกหลายคืนโดยไม่รู้สึกซ้ำ
คำถามที่คนถามบ่อย
ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง
กระดาษกับปากกาพอแล้ว ตัดกระดาษเป็นชิ้นเล็ก เขียนคำละชิ้น พับใส่แก้วหรือใส่ถุง ถ้าขี้เกียจตัดกระดาษ ใช้มือถือเครื่องเดียวส่งต่อกันก็ได้ ให้คนใบ้เปิดดูคำแล้วส่งเครื่องคืนก่อนออกไปยืน สิ่งเดียวที่ควรมีจริง ๆ คือคนจับเวลาที่ไม่ได้เล่นในรอบนั้น เพราะคนที่กำลังลุ้นอยู่จะลืมกดเวลาทุกครั้ง
คนละกี่วินาทีถึงจะกำลังดี
60 วินาทีคือค่ากลางที่ใช้ได้กับเกือบทุกวง ต่ำกว่านั้นคนใบ้จะรีบจนท่ามั่ว สูงกว่านั้นคนดูจะเริ่มก้มมือถือ ยกเว้นหมวดสุภาษิตไทยกับหมวดคนดังที่ต้องใบ้หลายท่อน ให้ขยับเป็น 90 วินาที ถ้าวงมีมือใหม่ที่ยังไม่กล้า ให้เวลาเท่าเดิมแต่ให้คนช่วยใบ้ได้หนึ่งคน จะสนุกกว่าการยืดเวลาให้
ถ้าทายมาใกล้เคียงมาก นับให้ไหม
ตัดสินก่อนเริ่มเกมว่าใช้เกณฑ์ไหน แล้วใช้เกณฑ์นั้นทั้งคืน แบบที่เถียงกันน้อยที่สุดคือต้องพูดคำให้ครบทุกคำ ตุ๊กแกกับจิ้งจกไม่ใช่คำเดียวกัน ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำต้องได้ครบวรรค ส่วนวงที่เล่นเอาสนุกอย่างเดียว จะใช้เกณฑ์ว่าคนใบ้พยักหน้าคือผ่านก็ได้ แต่ต้องประกาศให้ทุกคนรู้พร้อมกันตั้งแต่คำแรก ห้ามมาผ่อนผันเอาตอนทีมตัวเองตามหลัง
เล่นสองคนได้ไหม
ได้ แต่ต้องเปลี่ยนเป้าหมาย สองคนให้เล่นแบบจับเวลารวม ผลัดกันใบ้คนละคำสลับไปมา แล้วดูว่าใช้เวลาทั้งหมดกี่นาทีกว่าจะครบสิบคำ เล่นอีกวันแล้วพยายามทำเวลาให้ดีกว่าเดิม มันจะเป็นเกมแข่งกับสถิติของตัวเองสองคน ซึ่งสนุกกว่าที่คิด
เกมใบ้คำท่าทางต่างจากใบ้คำธรรมดายังไง
ต่างกันที่ปาก โหมดท่าทางห้ามออกเสียงทุกชนิด ห้ามแม้แต่ขยับปากเป็นคำ คนใบ้เหลือแค่ร่างกายกับสีหน้าเท่านั้น ส่วนใบ้คำแบบพูดได้ คนใบ้อธิบายได้เต็มที่ ติดแค่ห้ามหลุดคำต้องห้ามที่ตั้งไว้ ผลคือโหมดท่าทางกินเวลาต่อคำมากกว่า แต่คนดูขำกว่ากันเยอะ และเล่นในที่ที่เสียงดังจนพูดกันไม่รู้เรื่องได้ด้วย ส่วนโหมดพูดได้เหมาะกับวงที่นั่งชิดกันในที่เงียบมากกว่า
เล่นครบทั้งหกหมวดในคืนเดียวไม่ต้องรีบ หยิบมาหมวดละสิบคำก็เต็มอิ่มแล้ว ที่เหลือเก็บไว้คืนหน้า เดี๋ยวจะมีสักจังหวะที่คนใบ้ทำท่าค้างอยู่กลางวง แล้วทั้งวงหัวเราะจนไม่มีใครทันสังเกตว่าเวลาหมดไปแล้ว พอถึงตรงนั้นก็เก็บกระดาษเข้ากล่องได้เลย คืนนั้นคุ้มแล้ว